ดูหนังออนไลน์

จองซื้อหุ้น OR บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่เข้าตลาดตั้งแต่ต้นปี

ความร้อนแรงของหุ้น OR กลายเป็นกระแสการจองหุ้นที่นาน ๆ จะได้เห็น โดยผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ตั้งเป้าหมายจะให้หุ้นของโออาร์กระจายกับประชาชนในวงกว้างที่สุด เพื่อให้คนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของโออาร์

อ่านรายละเอียด เคลียร์ชัด! ‘CEO ปตท.’ อยากให้คนไทยเป็นเจ้าของหุ้น OR – 2 ล้านคนมีสิทธิเข้าถึง!

ความสนใจของนักลงทุนในหุ้น OR มีมานานนับปี ตั้งแต่มีข่าวการแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น แต่เนื่องจากภาวะตลาดไม่พร้อมและมีบางประเด็น ทำให้แผนการเข้าตลาดเลื่อนมาหลายครั้ง จนได้ฤกษ์ในช่วงต้นปีนี้

การกระจายหุ้น OR ในครั้งนี้ ปตท.ในฐานะบริษัทแม่ ยังคงถือหุ้นใหญ่สุด 75% ส่วนการกระจายหุ้นให้กับนักลงทุนทั่วไป หรือ IPO กำหนดไว้ที่ 25% หรือไม่เกิน 3,000,000,000 หุ้น โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ขายให้กับประชาชนทั่วไปและผู้ถือหุ้นเดิมไม่เกิน 2,610,000,000 หุ้น และจัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกิน 390,000,000 หุ้น

จองซื้อหุ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มเปิดให้จองวันแรกตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา และจะหมดเขตในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากที่อยากจะเป็นเจ้าของ OR แม้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่าตั้งแต่เปิดจองนั้นมีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน และที่จัดสรรให้เพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้ การจัดสรรหุ้นจะใช้หลักการ “Small Lot First” โดยจองขั้นต่ำ 300 หุ้น ซึ่งผู้จองหุ้นจะได้ทุกคนเท่ากันไม่ว่าจะจองมากหรือน้อย หลังจากนั้นก็จะไปพิจารณาว่าเหลือหุ้นเท่าไร หลังจากจัดสรรแล้ว จากนั้นก็จะวนให้กับผู้จองเกินเพิ่มครั้งละ 100 หุ้นไปเรื่อย ๆ จนหมดจำนวนที่เปิดขาย IPO นั่นคือ 2,610 ล้านหุ้น

อ่านรายละเอียด: ใครสนใจเตรียมเงินไว้เลย ปตท.เปิดจองซื้อหุ้น OR เกินกว่าสิทธิได้ไม่จำกัด

อย่างไรก็ตาม จากกระแสความสนใจนี้เอง ทำให้เกิดความวิตกว่าอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงต้องหาหุ้นมา “เสริมทัพ”ให้เพียงพอต่อความต้องการ

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ทาง OR ให้ผู้จัดจำหน่ายเจรจากับกองทุน 4 แห่งที่แจ้งความประสงค์ซื้อหุ้นไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ปรากฏว่า มี 2 กองทุน คือ BIC BANK LAO และ Capital Asia Investment ยินยอมยกเลิกการจองหุ้นทั้งหมด ขณะที่อีก 2 กองทุน คือ  The Ton Pho Fund และเดนาลี เพรสทีจ ยอมลดจำนวนหุ้นที่ได้รับจัดสรรลง ซึ่งรวมหุ้นที่ได้มาสำหรับการจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป เพิ่มมาอีก  51,244,500 หุ้น

  • BIC BANK LAO COMPANY LIMITED ยกเลิกการจองซื้อหุ้นทั้งหมด  31,100,000 หุ้น
  • Capital Asia Investment Pte LTD ยกเลิกการจองซื้อหุ้นทั้งหมด 15,600,000 หุ้น
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เดนาลี เพรสทีจ จำกัด ลดจำนวนหุ้นที่จองซื้อเหลือ 26,355,500 หุ้น จากเดิม 29,3000,000 หุ้น
  • The Ton Pho Fund (ต้นโพธิ์) ลดจำนวนหุ้นที่จองซื้อเหลือ 14,000,000 หุ้น จากเดิมที่ได้รับจัดสรร 15,600,000 หุ้น

จองซื้อหุ้น OR

ดังนั้น เมื่อรวมสัดส่วนที่ขาย IPO ให้กับประชาชนทั่วไปและผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ เมื่อรวมกับจำนวนเดิม จะทำให้มีหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2,661,244,500 หุ้น และเมื่อรวมกับหุ้นส่วนเกิน 390 ล้านหุ้นก็จะมีสัดส่วนหุ้นในครั้งนี้เพิ่มจากเดิมอีกเล็กน้อย

แม้ไม่มีการเคลื่อนไหวของการจองซื้อหุ้น OR ในช่วงที่ผ่านมาจากผู้บริหาร แต่ก็มีรายงานข่าวมาเป็นระยะโดยมีการประเมินว่าเมื่อสิ้นสุดการจองซื้อจะมีนักลงทุนรายย่อย (ผู้ถือหุ้นเดิมก็มีสิทธิในฐานะประชาชนทั่วไป)ประมาณ 1 ล้านราย และมีการปรับแผนกระจายให้กับนักลงทุนรายย่อยประมาณ 1,036 ล้านหุ้น เพิ่มจากเดิมเกือบเท่าตัว ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์จะทำให้รายย่อยสามารถจองซื้อได้ประมาณคนละ 1,000 หุ้น

ดังนั้น หากใครที่ยังไม่ได้จองซื้อ หรือ คนที่จองซื้อไปแล้ว อาจประเมินว่าควรจะจองซื้อเพิ่มหรือไม่ แต่ก็อาจประเมินได้ว่าอาจซื้อได้แน่ที่ระดับ 1,000 หุ้น

อย่างไรก็ตาม จากพื้นฐานของหุ้น OR ไม่ว่าจะมีการจองซื้อเต็มสิทธิหรือไม่ ก็เชื่อว่าหากจองซื้อไม่หมด ทางผู้จัดจำหน่ายก็สามารถหานักลงทุนที่สนใจได้ไม่ยาก ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็เชื่อว่าราคา IPO จะวิ่งติดเพดานที่ 18 บาท

ส่วนราคาหลังจากเข้าตลาดจะเป็นอย่างไร ก็ยังคาดเดาได้ยาก เพราะในอดีต แม้จะเป็นหุ้นพื้นฐาน แต่กว่าจะตั้งหลักได้และนักลงทุนเกิดความมั่นใจยังต้องใช้เวลา

อ่านข่าวเพิ่มเติม: